18 มกราคม 2552

ผ่านไปแล้ว1ไตรมาศ 1เดือน

เวลาที่เปลี่ยนไปเร็วเร็วทำให้รู้สึกว่ายิ่งต้องรีบแข่งกับเวลา ยิ่งบางทีไปไล่บี้งานคนอื่นนะครับ ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวตนของผม ผมอยากให้งานเร็ว แต่ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นโดยการไล่จี้ (อย่างที่พยายามจะทำตอนนี้)หรือว่าทำไปเพราะเพียงเพื่อได้ค่าตอบแทนเป็นเงิน
จริงครับ เรื่องเงินเป็นเรื่องที่พอให้หรือได้มา มันก็มักมีอะไรเกิดขึ้นตามมา แต่ผมคิดเสมอว่ามันไม่ใช่ทุกอย่าง ผมว่วันหนึ่งลองหาความสุขที่ไม่ด้เกิดจากเงินทองซิ โลกนี้ก็คงจะน่าอยู่จริงๆ
บางทขณะที่เรากำลังอยู่ในคลื่นเบต้าเกือบจะสุดสุดนี่ผมมีความรู้สึกความโหยหาคลื่นแอลฟาอย่งไม่เคยเป็น จนอดถามตัวเองไม่ได้ว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของเราหรือเปล่า เราชอบชีวิตเช่นนี้จริงๆเหรอ เรากำลังตกอยู่ในกับดักอะไรหรือเปล่า มันฝืนฝืนเหมือนกันนะ การทำงานคุณภาพ หรือการเป็นคนในระดับหัวหน้า แบบนี้มันใช่ตัวตนของผมหรือเปล่า ...
ผมคิดว่าอาจจะไม่ใช่ แต่ มันก็ให้ประสบการณ์แปลกแปลกกับเราเหมือนกัน อย่างที่ไม่เคยได้มาก่อน
คนเรามักมีสองจิตสองใจอย่างนี้ละหรือ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม อยากทั้งสองด้าน รักี่เสียดายน้องอะไรประมาณนี้ ..เพราะอะไร คเราถึงไม่กล้าเลือกไปทางใดทางหนึ่ง
ถ้าเกิดผมเลือกให้ชัดเพื่อนองตัวตนของผม..อะไรจะเกิดขึ้น ... ไอ้ที่ว่าใช่นะในใช่หรือเปล่า ...
เป็นอย่างนี้ตลอดเลย.อืมม์
พอมาเจอกับคำถาม คุณคือใครนี่ทำให้รู้สึกตื้อตื้อ มันเหมือนกับว่ากล้าที่จะเจออะไรของตัวเองจริงๆหรือไม่ กล้ามั๊ย

06 มกราคม 2552

วัณโรค

วันนี้เป็นอีกวันที่ไม่ได้ตรวจคนไข้ .. ออกมาช่วยตรวจตามตารางแต่พอ 10 โมง ได้มาฟังการนิเทศจาก คณะจากกรุงเทพในเรื่องของ วัณโรค รู้สึกว่า กรุงเทพทำงานยากกว่าในชนบท ถ้าจะทำให้ได้ดี นะครับ แต่ผมคิดว่าโลกมันคงสมดุล เพราะ ความชอบบ้างหรืออาจจะเป็นความลงตัวอะไรบางอย่างของชีวิตที่จะเลือกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ตกบ่ายได้ออกไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยวัณโรค อันนี้เป็นความยากของพวกเราบ้างหล่ะครับเพราะระยทางระยเวลา แล้วก็บางทีไปแล้วไม่อยู่อีกทำให้รู้วึกเสียเวลาที่ดั้นด้นมา การเยี่ยมคนไข้ มันเป็นงานที่สร้างสุขให้กับผมเหมือนกัน บางทีการพบปะพูดคุยคนไข้ก็รู้สวึกดีแล้ว และยิ่งถ้าได้จังหวะสามารถคุยได้ตรงประเด็น หรือว่าเรื่องราวที่มันโดนขึ้นมาหล่ะก็ .. ครับ ออกรสชาดและ สร้างความสุขอย่างไม่รู้ลืมจนสามารถเอามาเป็นเรื่อเล่าฝากผู้คนอีกมาก

03 มกราคม 2552

เมืองท่องเที่ยว..ปาย

ปาย อีกเมืองที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ที่ผมมีความคิดเห็นว่า ควรจะมีการกำหนดจำนวนคนเข้าออก เพราะความสวยงามความสงบนั้นไม่สามารถที่จะพบได้ในขณะที่นักท่องเที่ยวไหลมาอย่างไม่หยุดยั้ง เศรษฐกิจสะพัดจริง แต่ความชอกช้ำเกิดขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้ทำการสอบถามความรู้สึกของคนปายอย่างเป็นกิจลักษณะ เป็นความคิดของผมเพียงลำพังเท่านั้นครับ

คิดเรื่องของเมืองท่องเที่ยว

ลองครั้งแรกครับ ...


เมืองท่องเที่ยวจะวัดความสำเร็จที่ไหน ระหว่างการมาเยือนชมดูความสงบ หรือดูคนจำนวนมาก ผมนั่งคิดว่า ถ้าเมืองเล็ก ไม่สามารถมีงบประมาณที่จะขยายได้ ก็ควรจะหาวิธีการที่บริหารจัดการเพื่อทำให้เมืองที่น่าเที่ยวนั้น น่าอยู่ด้วยครับ