เมื่อ 17-18 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา รพ.ปายก็เคร่งคร่ำกับเรื่องของการประเมิน มันทำให้ผมเรียนรู้หบายเรื่อง .. อันแรก เหมือนกับเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย อย่างสอง การพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุด การเรียนรู้ไม่มีจุดจบ ... มัไม่เหมือนกับการโฆษณาว่า สิ้นสุดการเดินทาง .... พบกันที่... แต่ว่าคนเราเดินทางไม่สิ้นสุด อย่างน้อยการเดินทางในจิตใจของเรานั้น ก็ไม่มีจุดจบ มันกว้างใหญ่ มันเหมือนจักรวาล
ช่วงที่ผ่านมาผมเริ่มเกิดอาการ คิดว่า ผมไม่เหมาะไม่สมกับตำแหน่งอะไรบางอย่าง ความจริงก็รู้มานานแล้ว แต่ด้วยเหตุการณ์พาไป มันเลยพามาทางนี้ทั้งทั้ที่ไม่อยากเท่าไหร่นักเลย ... ชีวิตผมอยู่ดีดก็เจอคนเกลียด คนไม่ชอบ ทั้งๆที่ความจริงผมไม่อยากจะยุ่งวุ่นวายกับผู้คนเท่าไหร่นัก
ผมความคิดที่ไม่ค่อยเหมืนอกับคนส่วนใหย่เท่าไหร่ ในบางเรื่อง แต่มักจะเป็นเรื่องที่ทำให้ผมเกิดปัญหาทั้งนั้น อย่างเช่นแนวทางในการทำงาน ...ซึ่งเป็นปัญหาของผมมากมาก เพือนร่วมงาน .. หลังจากการเยี่ยมสำรวจครางนี้แล้ว ผมมีอะไรต้องคิดเยอะแยะ และ เรื่องราวต่อไปคือเรื่องราวแห่งการกระจายอำนาจ และการก้าวเข้าสูความไร้ระเบียบที่ผมใฝ่ฝันมานาน
24 ธันวาคม 2552
27 ตุลาคม 2552
ร้องเพลงสร้างตึก
ลงสร้างตึกเย็นวันหนึ่ง เสียงโทรศัพท์ดัง....
"หมอมาเร็วคนเยอะแล้ว " เสียงของทีมงานขายเทปที่เป็นพยาบาล
ผมไม่ค่อยอยากไป เพราะความไม่ค่อยกล้า แต่ก็อิดออกไม่สำเร็จ ..
ผมขี่รถเครื่อง ร่ำลาลูกเมีย ประมาณ 1ช.ม. ผมขี่รถเครื่องบุ่น เข้าไปในฝูงคนในถนนคนเดิน แล้วจอดตรงหน้าร้านขายเทปของร.พ.พอดี
อ้ายเบิ้ม(พยาบาลฝ่ายสุข) กับโย (จนท.เอกซเรย์) ก้กำลังกำกีตาร์พอดี
"เอ้าหมอ กำไข่(ที่เขย่าเสียง)" ผมรับไข่มากำ อย่างไม่มีลีลา เพราะผมเห็นความตั้งใจของทีมงานแล้ว
ผมนั่งลงตรงเก้าอี้ เมืองเทวดา ..เพลงแรกที่เริ่มบรรเลง .. เพลงเกี่ยวกับการบรรยาเมืองเชียงใหม่ในมุมมองของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
พอได้เพลงแรก ปั๊บ ความเคอะเขินก็เริ่มหายไป
จนอ้ายเบิ้มได้กระซิบว่า พอแล้วบ๋อ
พอเราเลิกคนก็มาอีกทันที
ไว้คราวหน้าจะกลับมาพร้อมเครื่องเยงชุดเล็กอีกครั้ง...
ตอนที่กำลังร้อง มีผู้หญิงคหนึ่งมาถ่ายรูปไปด้วย อีกคนชะโงกหน้ามาถามพเเห็นผมลืมตาหลังจากปลดปล่อยรอารมณ์ไปกับบทเพลงก็ ตะโกนใส่ผมว่า อ้าวตาไม่บอดนี่ ???
ผมก้เลยบอกว่าไม่บอดครับ
วันนั้นขายได้ 5 แผ่น
แล้วผมก็กลับบ้านขี่รถเครื่องผ่าสายลมที่เริ่มหนาวมาแล้ว เป็นสัญญาณว่าหน้าหนาวหน้าแห่งการท่องเที่ยวาอีกแล้ว การท่องเที่ยวที่ไม่รู้ว่า จะนำอะไรมาสู่เมืองปายบ้าง เป็นคำถามที่ มีการถกกันมานานแต่ทุกอย่างก็เป็นไป..ของมัน ไม่ไปแตะต้อง ไม่ไปตัดสิน เป็นเสียงวิพากษ์ต่อไป เป็นตำนานอีกบทแห่งการท่องเที่ยว ที่ไม่แน่ใจ กับคำว่า "เจริญ"
"หมอมาเร็วคนเยอะแล้ว " เสียงของทีมงานขายเทปที่เป็นพยาบาล
ผมไม่ค่อยอยากไป เพราะความไม่ค่อยกล้า แต่ก็อิดออกไม่สำเร็จ ..
ผมขี่รถเครื่อง ร่ำลาลูกเมีย ประมาณ 1ช.ม. ผมขี่รถเครื่องบุ่น เข้าไปในฝูงคนในถนนคนเดิน แล้วจอดตรงหน้าร้านขายเทปของร.พ.พอดี
อ้ายเบิ้ม(พยาบาลฝ่ายสุข) กับโย (จนท.เอกซเรย์) ก้กำลังกำกีตาร์พอดี
"เอ้าหมอ กำไข่(ที่เขย่าเสียง)" ผมรับไข่มากำ อย่างไม่มีลีลา เพราะผมเห็นความตั้งใจของทีมงานแล้ว
ผมนั่งลงตรงเก้าอี้ เมืองเทวดา ..เพลงแรกที่เริ่มบรรเลง .. เพลงเกี่ยวกับการบรรยาเมืองเชียงใหม่ในมุมมองของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
พอได้เพลงแรก ปั๊บ ความเคอะเขินก็เริ่มหายไป
จนอ้ายเบิ้มได้กระซิบว่า พอแล้วบ๋อ
พอเราเลิกคนก็มาอีกทันที
ไว้คราวหน้าจะกลับมาพร้อมเครื่องเยงชุดเล็กอีกครั้ง...
ตอนที่กำลังร้อง มีผู้หญิงคหนึ่งมาถ่ายรูปไปด้วย อีกคนชะโงกหน้ามาถามพเเห็นผมลืมตาหลังจากปลดปล่อยรอารมณ์ไปกับบทเพลงก็ ตะโกนใส่ผมว่า อ้าวตาไม่บอดนี่ ???
ผมก้เลยบอกว่าไม่บอดครับ
วันนั้นขายได้ 5 แผ่น
แล้วผมก็กลับบ้านขี่รถเครื่องผ่าสายลมที่เริ่มหนาวมาแล้ว เป็นสัญญาณว่าหน้าหนาวหน้าแห่งการท่องเที่ยวาอีกแล้ว การท่องเที่ยวที่ไม่รู้ว่า จะนำอะไรมาสู่เมืองปายบ้าง เป็นคำถามที่ มีการถกกันมานานแต่ทุกอย่างก็เป็นไป..ของมัน ไม่ไปแตะต้อง ไม่ไปตัดสิน เป็นเสียงวิพากษ์ต่อไป เป็นตำนานอีกบทแห่งการท่องเที่ยว ที่ไม่แน่ใจ กับคำว่า "เจริญ"
29 พฤษภาคม 2552
การทำ workshop เล็กๆเกี่ยวกับเรื่องของค่านิยม
เปิดวงสนทนากัน 1 วัน ตั้งแต่ 9.00-16.00 เริ่มต้นด้วยการนั่งล้อมวง ทำสมาธิ เสร็จแล้วก็แนะนำตัว บอกเล่าเรื่องราวอันประหลาดใจ บางคนก็เล่า แต่บางคน ก็บอกว่าไม่มี
แล้วผมต่อด้วยการเล่า เหตุการณ์ที่สำคัญในร.พ. แล้ว นำไปสู่การดึงเอาค่านิยมที่ดีและไม่ดี ต่อด้วย เรื่องของลักษณะคน ที่จะนำไปสู่วิสัยทัศน์ และ ลักษณะคนที่ไม่ต้องการ แล้วทั้งหมดให้สรุปออกมาว่า ค่านิยมที่ควรส่เสริม คงวรปลูกฝัง และควรยกเลิก พร้อมเสนอวิธี การทำให้เป้นจริง ตรงนี้เสร็จประมาณ บ่ายโมงกว่า แล้วก็ต่อด้วยการคุยกันเรื่องของ Pt.focus โดยการให้สัมภาษณ์ และ สังเกต เกี่ยวกับ เรื่อง สิทธิผู้ป่วย ความต้องการ ความสัมพันธ์ ... แล้วมาเล่าสู่กันฟัง
มีความคิดดีดีโผล่ออกมาเยอะมาก แต่ขั้นต่อไปคือต้องนำเอา ตรงนี้ไปต่อได้อย่างไร ผมคิดว่า อาจต้องผ่านกบร.อีกครั้ง แล้วแต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการประสานเพื่อสร้างกระบวนทัศน์ หรือ ค่านิยมใหม่ หรืออาจเรียกว่า เนทีมสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ทำงานอย่างเป็นอิสระ แต่ก็อาจหนีไม่พ้นทีม FA ที่จะไปประสาน ต่อเนื่องได้ ... หรือทีมอะไรก็ได้ที่เป็นสมาชิกในกบร.อยู่ด้วยส่วนหนึ่งเพื่อการเชื่อมต่อข้อมูลกัน
ปัญหาตรงการนำเสนอการฟัง ยังมีการคุยกันบ้าง ... และพอช่วงบ่ายอาจมีอากรเมื่อยล้า อาจต้องกระชับกันอีกนิด โดยเฉพาะโจทย์ในช่วงบ่าย ช่วงที่เป็น Pt.focus แต่ผมกำลังคิดอีกอย่างคือว่า อาจเอาค่านิยมตั้งวต้นตั้งแต่เช้าเลย แล้วก็ค่อยยกตัวอย่างเหตุการณ์ทีหลัง
อีกคำถามที่ยังไม่ได้ทำ คือ ถ้า ร.พ.เป็นอย่างปัจจุบันนี้ ปัจจุบันนี้เลยนะครับ อีก 10 ปีร.พ.จะเป็นยังไง อันนี้ยังไม่ได้ลอง
แล้วผมต่อด้วยการเล่า เหตุการณ์ที่สำคัญในร.พ. แล้ว นำไปสู่การดึงเอาค่านิยมที่ดีและไม่ดี ต่อด้วย เรื่องของลักษณะคน ที่จะนำไปสู่วิสัยทัศน์ และ ลักษณะคนที่ไม่ต้องการ แล้วทั้งหมดให้สรุปออกมาว่า ค่านิยมที่ควรส่เสริม คงวรปลูกฝัง และควรยกเลิก พร้อมเสนอวิธี การทำให้เป้นจริง ตรงนี้เสร็จประมาณ บ่ายโมงกว่า แล้วก็ต่อด้วยการคุยกันเรื่องของ Pt.focus โดยการให้สัมภาษณ์ และ สังเกต เกี่ยวกับ เรื่อง สิทธิผู้ป่วย ความต้องการ ความสัมพันธ์ ... แล้วมาเล่าสู่กันฟัง
มีความคิดดีดีโผล่ออกมาเยอะมาก แต่ขั้นต่อไปคือต้องนำเอา ตรงนี้ไปต่อได้อย่างไร ผมคิดว่า อาจต้องผ่านกบร.อีกครั้ง แล้วแต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการประสานเพื่อสร้างกระบวนทัศน์ หรือ ค่านิยมใหม่ หรืออาจเรียกว่า เนทีมสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ทำงานอย่างเป็นอิสระ แต่ก็อาจหนีไม่พ้นทีม FA ที่จะไปประสาน ต่อเนื่องได้ ... หรือทีมอะไรก็ได้ที่เป็นสมาชิกในกบร.อยู่ด้วยส่วนหนึ่งเพื่อการเชื่อมต่อข้อมูลกัน
ปัญหาตรงการนำเสนอการฟัง ยังมีการคุยกันบ้าง ... และพอช่วงบ่ายอาจมีอากรเมื่อยล้า อาจต้องกระชับกันอีกนิด โดยเฉพาะโจทย์ในช่วงบ่าย ช่วงที่เป็น Pt.focus แต่ผมกำลังคิดอีกอย่างคือว่า อาจเอาค่านิยมตั้งวต้นตั้งแต่เช้าเลย แล้วก็ค่อยยกตัวอย่างเหตุการณ์ทีหลัง
อีกคำถามที่ยังไม่ได้ทำ คือ ถ้า ร.พ.เป็นอย่างปัจจุบันนี้ ปัจจุบันนี้เลยนะครับ อีก 10 ปีร.พ.จะเป็นยังไง อันนี้ยังไม่ได้ลอง
20 เมษายน 2552
ยุทธศาสตร์แห่งการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
เป็นอียุทธศาสตร์ที่ต้องขบคิดกันอย่างใหม่ใหม่ ว่า เราจะอยู่ร่วมกันอบย่างมีความสุขได้อย่างไร
เพราะคนเรามีความหลากหลาย
ตอนแรกจะรู้ได้อย่างไร ว่าคนในองค์กรมีความสุขหรือเปล่า
.. .อือม์ ผมจะรู้ได้ยังไง
ความเบิกบาน หรือเปล่า หรือ มีอย่างวอื่นอีก...
หรือว่าผมไม่ต้องรู้หรอก
หรือว่าจะรู้แค่ว่า คาดเดาเอาเองว่า นี่แหละ คือสิ่งที่น่าจะทำให้คนในองค์กรมีความสุข แล้วก็พร่ำสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา
แล้วผมจะรนู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่น่าจะทำให้องค์กรมีความสุขนั้นคืออะไร
1.อิสระภาพเสรีภาพแต่มีความรับผิดชอบ
2.ความสุขในการได้มีโอกาสเข้าถึงศักยภาพอันสูงสุดของตนเอง...วันนี้ผมก็โด
3.
เพราะคนเรามีความหลากหลาย
ตอนแรกจะรู้ได้อย่างไร ว่าคนในองค์กรมีความสุขหรือเปล่า
.. .อือม์ ผมจะรู้ได้ยังไง
ความเบิกบาน หรือเปล่า หรือ มีอย่างวอื่นอีก...
หรือว่าผมไม่ต้องรู้หรอก
หรือว่าจะรู้แค่ว่า คาดเดาเอาเองว่า นี่แหละ คือสิ่งที่น่าจะทำให้คนในองค์กรมีความสุข แล้วก็พร่ำสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา
แล้วผมจะรนู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่น่าจะทำให้องค์กรมีความสุขนั้นคืออะไร
1.อิสระภาพเสรีภาพแต่มีความรับผิดชอบ
2.ความสุขในการได้มีโอกาสเข้าถึงศักยภาพอันสูงสุดของตนเอง...วันนี้ผมก็โด
3.
10 เมษายน 2552
การดูแลด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์(1)
ลูกเป็นไข้คราวนี้ทำอะไรให้ผมเกิดความรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก
ผมพลาดตรงที่ ไม่ได้พาไปเจาะเลือด WBC ขึ้น 21,600 ผมเลยรีบ cef-3 (วันละ 2ครั้ง)ทันที
ความรู้สึกแรกก็คือ เราช้าไปหรือเปล่า ...
ตอนนี้ไข้ได้ 6วันตั้งแต่วันทจันทร์ ได้ยา ไป 3 dose
ยังมีไข้อยู่ครับ
ยายบอกว่าโดนกู่ เปิ้นทัก
ก็ไหว้แล้ว
ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ครับ
การดูแลคนไข้ถ้าดูแลให้เหมือนคนที่เรารัก .. จะทำให้เกิดการบริการด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ จริงๆ
ผมเชื่อมโยงกับเมื่อวันก่อนได้มี ทางพรพ. มาจัด workshop เรื่องการพัฒนาคุณภาพด้วยความรัก
ผมได้เข้ากลุ่มได้ความคิดมากมาย
โดยเฉพาะเรื่องของทฤษฎีตัวยู จากอ.ดวงสมร หรือที่ใครใครเรียกว่า แม่ต้อย แห่งพ.ร.พ.
ผมเคยได้ยินเรื่องทฤษฎตัวยูมาบ่อยๆแต่ยังไม่เคยฟังอะไรที่มันมากกว่าการอ่านเอง
ก็รู้สึกตีความในความหมายของผมเองว่า เป็นการห้อยแขวนการตัดสิน เพื่อให้เกิดการพิจารณาอย่างลึกลึก เชื่อมโยงให้ครบถ้วนก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านในของเรา แล้วออกมาเป็นการกระทำหรือควมคิดอะไรบางอย่าง ฃ
การที่ลูกป่วยคราวนี้ เหมือนผมกำลังดำเนินอยู่ในวิถีแห่งตัวยูอย่างเป็นการเริ่มต้น ผมนึกไปถึงการทำงาน การดูแลคนไข้ ผมนึกไปถึงการบริหารจัดการ
ผมพลาดตรงที่ ไม่ได้พาไปเจาะเลือด WBC ขึ้น 21,600 ผมเลยรีบ cef-3 (วันละ 2ครั้ง)ทันที
ความรู้สึกแรกก็คือ เราช้าไปหรือเปล่า ...
ตอนนี้ไข้ได้ 6วันตั้งแต่วันทจันทร์ ได้ยา ไป 3 dose
ยังมีไข้อยู่ครับ
ยายบอกว่าโดนกู่ เปิ้นทัก
ก็ไหว้แล้ว
ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ครับ
การดูแลคนไข้ถ้าดูแลให้เหมือนคนที่เรารัก .. จะทำให้เกิดการบริการด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ จริงๆ
ผมเชื่อมโยงกับเมื่อวันก่อนได้มี ทางพรพ. มาจัด workshop เรื่องการพัฒนาคุณภาพด้วยความรัก
ผมได้เข้ากลุ่มได้ความคิดมากมาย
โดยเฉพาะเรื่องของทฤษฎีตัวยู จากอ.ดวงสมร หรือที่ใครใครเรียกว่า แม่ต้อย แห่งพ.ร.พ.
ผมเคยได้ยินเรื่องทฤษฎตัวยูมาบ่อยๆแต่ยังไม่เคยฟังอะไรที่มันมากกว่าการอ่านเอง
ก็รู้สึกตีความในความหมายของผมเองว่า เป็นการห้อยแขวนการตัดสิน เพื่อให้เกิดการพิจารณาอย่างลึกลึก เชื่อมโยงให้ครบถ้วนก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านในของเรา แล้วออกมาเป็นการกระทำหรือควมคิดอะไรบางอย่าง ฃ
การที่ลูกป่วยคราวนี้ เหมือนผมกำลังดำเนินอยู่ในวิถีแห่งตัวยูอย่างเป็นการเริ่มต้น ผมนึกไปถึงการทำงาน การดูแลคนไข้ ผมนึกไปถึงการบริหารจัดการ
05 เมษายน 2552
ไม่มีหมอมาตรวจ
เย็นวันหนึ่ง ผมก็ไม่สามารถสัมผัสกับแดดร่มลมตกได้ .. เพราะคนไข้ที่ไหลเข้ามาเหมือนน้ำป่ามายังER ห้องฉุกเฉิน
ผมกำลังเป็นลิงตรวจคนไข้อย่างจ้าละหวั่น
ก่อนที่จะได้เข้ามาผึ่งร่างเอาพุงตากพัดลมในห้องเซ็นหนังสือของ ผ.อ. ซึ่ง ร.พ.ของเรายังไม่มีห้องพักแพทย์0( แต่ก็กำลังจะทำอยู่น่ะครับ) ... เธอเป็นทอม มากับสาวอีกคนหนึ่ง หน้าตาบูดบี้นวถูกซ้อมมา แกบอกว่า มีคนนัดไปแถว ถนนบายพาสที่เพิ่งตัดใหม่ มีผู้ชายสองคนโบกให้แกจอด พอแกลงจากรถเครื่อง ผู้ชายสองคนก็จัดการซ้อมอย่างเมามัน แต่ไม่ทำอะไรที่เป้นการล่วงละเมดสิธิสตรี แค่เอาตุ๊ยท้อง แล้ว ก็บุบเอาตามร่างกาย
พอมาถึงร.พ.ผมก็จัดการทำแผล ดูแล รักษา แล้วก็ ให้ยา เป็นที่เรีบยร้อย
ขณะที่ เข้าไปผึ่งพุง ในห้องที่ว่าไปเมื่อตอนแรก
กริ๊งๆๆ
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ .. ดิฉัน เป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์ .... ไม่ทราบท่านผ.อ.รู้จักมั๊ยค่ะ ที่บริจาคเงินให้ร.พ. .... บาท ตอนที่ร.พ.ทำผ้าป่า
ครับครับ
มีอะไรเหรอครับ
คือเมื่อกี้ ลูกน้องดิฉัน ได้ไปร.พ. แล้วก็เพื่อนเค้าที่ไปส่ง บอกว่า ร.พ.ไม่มีหมอไปดูแลซักคน อยากฝากคุณหมอเข้าไปช่วยดูหน่อยนะคะ
เออ ผมว่าอาจจะเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ เราะผมเพิ่งจะดูคนไข้แล้วเมื่อกี้นี้เอง หรือว่าเขาไม่รู้จักผมมั๊งครับ พอดีหน้าตาผมจะไม่ค่อยเหมือนหมอหน่อยน่ะครับ .... บางทีเขาอาจจะ ไม่เคยเจอของแปลก..
..!!!??? ... เสียงเงียบหายไปในโทรศัพท์
.. เรื่องเล่า ที่บอกถึงการมีใบหน้าทีเป็นอาวุธ เป็นอย่างไร
บางคนบอกว่า ผมก็หล่อดี นะ .. หล่อแบบธรรมชาติ(ลงโทษ)
หึหึ
ตลกเศร้า
ผมกำลังเป็นลิงตรวจคนไข้อย่างจ้าละหวั่น
ก่อนที่จะได้เข้ามาผึ่งร่างเอาพุงตากพัดลมในห้องเซ็นหนังสือของ ผ.อ. ซึ่ง ร.พ.ของเรายังไม่มีห้องพักแพทย์0( แต่ก็กำลังจะทำอยู่น่ะครับ) ... เธอเป็นทอม มากับสาวอีกคนหนึ่ง หน้าตาบูดบี้นวถูกซ้อมมา แกบอกว่า มีคนนัดไปแถว ถนนบายพาสที่เพิ่งตัดใหม่ มีผู้ชายสองคนโบกให้แกจอด พอแกลงจากรถเครื่อง ผู้ชายสองคนก็จัดการซ้อมอย่างเมามัน แต่ไม่ทำอะไรที่เป้นการล่วงละเมดสิธิสตรี แค่เอาตุ๊ยท้อง แล้ว ก็บุบเอาตามร่างกาย
พอมาถึงร.พ.ผมก็จัดการทำแผล ดูแล รักษา แล้วก็ ให้ยา เป็นที่เรีบยร้อย
ขณะที่ เข้าไปผึ่งพุง ในห้องที่ว่าไปเมื่อตอนแรก
กริ๊งๆๆ
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ .. ดิฉัน เป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์ .... ไม่ทราบท่านผ.อ.รู้จักมั๊ยค่ะ ที่บริจาคเงินให้ร.พ. .... บาท ตอนที่ร.พ.ทำผ้าป่า
ครับครับ
มีอะไรเหรอครับ
คือเมื่อกี้ ลูกน้องดิฉัน ได้ไปร.พ. แล้วก็เพื่อนเค้าที่ไปส่ง บอกว่า ร.พ.ไม่มีหมอไปดูแลซักคน อยากฝากคุณหมอเข้าไปช่วยดูหน่อยนะคะ
เออ ผมว่าอาจจะเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ เราะผมเพิ่งจะดูคนไข้แล้วเมื่อกี้นี้เอง หรือว่าเขาไม่รู้จักผมมั๊งครับ พอดีหน้าตาผมจะไม่ค่อยเหมือนหมอหน่อยน่ะครับ .... บางทีเขาอาจจะ ไม่เคยเจอของแปลก..
..!!!??? ... เสียงเงียบหายไปในโทรศัพท์
.. เรื่องเล่า ที่บอกถึงการมีใบหน้าทีเป็นอาวุธ เป็นอย่างไร
บางคนบอกว่า ผมก็หล่อดี นะ .. หล่อแบบธรรมชาติ(ลงโทษ)
หึหึ
ตลกเศร้า
30 มีนาคม 2552
การพัฒนาที่ยั่งยืน.. สืบเนื่องจากไข้เลือดออก
การพัฒนาที่ยั่งๆยืนยืน
เป็นอะไรที่คนในแวดวงพัฒนาน่าจะพูดถึงกันมาก แต่พอบางทีมาทำงานไปทำงานมา ความคิดที่อาจจะเป็นเรื่องของการตกลงไปในร่องอารมณ์ มันทำให้เรา ละเลยไป
เราอยากให้มันเป็น .. มากกว่าอยากจะทำให้คนอื่นรู้สึกอยาก
ทำอย่างไรให้เขาอยากจะดีกว่า
พี่กำพลจาก สสจ. ถ้าทุกอย่างรู้ว่าเป็นปัญหาที่พวกเราจะต้องแก้ไข เป็นความฝันที่พวกเราอยากจะเป็น จะทำกันอย่างไร ... นี่น่าจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนกระมัง
ผมกำลังคิดว่าจะหาวิธีอะไรใหม่ใหม่มาพัฒนาได้อย่างไร
ผมนั่งคุยเรื่องของการควบคุมไข้เลือดออก เพราะว่าปีนี้อาจจะเป็นปัญหาได้ใหม่อีกรอบ
การหาหนทางแก้ไข ยังคงต้องมีการเพิ่มรางวัล แต่ผมก็คิดวิธีอื่นไม่ออกเลยว่าจะทำวิธีอื่นยังไงดี
ก็ได้ลองทั้งสองวิธีประสมประสานกัน ไม่ว่าจะเป็นการล้อมวงสนทนาร่วมกัน และ การให้มาตรการของพวกเราเอง ตลอดจนมาตรการของชาวบ้านตามธรรมชาติของเขา ก็นำมารวมกัน กว่าจะพิสูจน์ได้ก็ คงสิ้นปีโน่นแหละครับ
แต่ปีนี้โชคดีที่ อบจ.จะให้เครื่องพ่น ULV กับทางเครือข่ายสุขภาพปาย เพระว่า ปีที่แล้วมีการระบาด อย่างหนัก ต้องขอบคุณ ท่านนายก อบจ.มา ณ.โอกาสนี้ด้วยนะครับ
ต่อจากนี้ไปก็เป็นฉากต่อไปที่หาทางป้องกัน จนบัดนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าตามองค์คสวามรู้ที่เรามีอยู่นั้นจะถูกต้องหรือ พอเพียงต่อการแก้ไขหรือไม่ แต่ก็เป็นการเรียนรู้ต่อไปครับ
ห้องหนึ่งที่อยู่ เมืองปาย ... 30/3/2552
เป็นอะไรที่คนในแวดวงพัฒนาน่าจะพูดถึงกันมาก แต่พอบางทีมาทำงานไปทำงานมา ความคิดที่อาจจะเป็นเรื่องของการตกลงไปในร่องอารมณ์ มันทำให้เรา ละเลยไป
เราอยากให้มันเป็น .. มากกว่าอยากจะทำให้คนอื่นรู้สึกอยาก
ทำอย่างไรให้เขาอยากจะดีกว่า
พี่กำพลจาก สสจ. ถ้าทุกอย่างรู้ว่าเป็นปัญหาที่พวกเราจะต้องแก้ไข เป็นความฝันที่พวกเราอยากจะเป็น จะทำกันอย่างไร ... นี่น่าจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนกระมัง
ผมกำลังคิดว่าจะหาวิธีอะไรใหม่ใหม่มาพัฒนาได้อย่างไร
ผมนั่งคุยเรื่องของการควบคุมไข้เลือดออก เพราะว่าปีนี้อาจจะเป็นปัญหาได้ใหม่อีกรอบ
การหาหนทางแก้ไข ยังคงต้องมีการเพิ่มรางวัล แต่ผมก็คิดวิธีอื่นไม่ออกเลยว่าจะทำวิธีอื่นยังไงดี
ก็ได้ลองทั้งสองวิธีประสมประสานกัน ไม่ว่าจะเป็นการล้อมวงสนทนาร่วมกัน และ การให้มาตรการของพวกเราเอง ตลอดจนมาตรการของชาวบ้านตามธรรมชาติของเขา ก็นำมารวมกัน กว่าจะพิสูจน์ได้ก็ คงสิ้นปีโน่นแหละครับ
แต่ปีนี้โชคดีที่ อบจ.จะให้เครื่องพ่น ULV กับทางเครือข่ายสุขภาพปาย เพระว่า ปีที่แล้วมีการระบาด อย่างหนัก ต้องขอบคุณ ท่านนายก อบจ.มา ณ.โอกาสนี้ด้วยนะครับ
ต่อจากนี้ไปก็เป็นฉากต่อไปที่หาทางป้องกัน จนบัดนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าตามองค์คสวามรู้ที่เรามีอยู่นั้นจะถูกต้องหรือ พอเพียงต่อการแก้ไขหรือไม่ แต่ก็เป็นการเรียนรู้ต่อไปครับ
ห้องหนึ่งที่อยู่ เมืองปาย ... 30/3/2552
19 มีนาคม 2552
พึ่บ
เวลาผ่านไปในแต่ละวัน หลายเรื่องต้องวเร่งรีบ หลายเรื่องต้องเคลื่อนไหวไปด้วยความช้า ผม เข้าใจความคิดนี้ดี เหมืนอกับที่ใครมใกพูดว่า .. เร็วให้ได้ ช้าให้เป็น .. อาจผิดพลาดข้อความนิดหน่อยได้ เพระว่าความจำของผมก็เลอะเลือนไปตามอายุ อะไรเล่าจะคงทนถาวร ผมไม่เคยเห็น แต่ก็ยังอยากเห็นครับ
ขณะที่ผมกำลังเร่งรีบอยู่ที่ ห้องฉุกเฉิน แน่นอน ใครอยากเห็นอะไรที่เชื่องช้าที่ห้องนั้น บางทีมันก็ขัดกันในห้องนั้น อย่างเช่นการตรวจคนไข้แบบ OPD ในห้อง ER มันเป็นอะไรที่ขัดกัน ก็มีคความพยายามแยก แต่ก็ติดอยู่ด้วย โครงสร้างทางกายภาพด้านอาคารและสถานที่
ผมก็ต้องเร่งรีบตามปกติ มีคนไข้ ต้องการจี้หูดอยู่ คนเดียว แต่ว่ามีหลายหูดครั บ
ผมก็เอา โพรวิดีน ป้าย แล้วก็จี้ ได้ 1 อัน ผมทำอีกอย่างคล่องแคล่ว ในหูดอีกอัน ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เดชะบุญ โพรวิดีน หมดครับ ผมก็หยิบเอา อัลกอฮอล์ ทาลงหูอีกอันอย่าวรวดเร็ว แล้วก็จี้... พึ่บครับ ไฟลุก แล้วก็ลอยขึ้นตามการระเหยของอัลกอฮอล์ คนไข้ร้องโวยวายอย่างตกใจ แต่ผมก็รู้จักการเชื่องช้า ครับ คือไม่กระโตกโหวหวาก เอาผ้าช่องตบตบ ให้ไฟมันดับลง แต่ขนของคนไข้ก็เกรียมเกรียมไป พอเอาผ้าเช็แห้งแห้ง ผมก็จี้จี้ต่อไป แล้วทำอทุกอย่างเหมือนกับยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ..
แต่ ผมขำครับ
.. อีกแหละครับถ้าเปแนอะไรมากกว่าก็คงขำไม่ออก หรือ ว่า ถ้าเกิดกับตัวเราเองก็คงขำไม่ออกเหมือนกัน
ต้องขออภัยผู้มรับบริการในคงามเร่งรีบของผมด้วยนะครั บ
ขณะที่ผมกำลังเร่งรีบอยู่ที่ ห้องฉุกเฉิน แน่นอน ใครอยากเห็นอะไรที่เชื่องช้าที่ห้องนั้น บางทีมันก็ขัดกันในห้องนั้น อย่างเช่นการตรวจคนไข้แบบ OPD ในห้อง ER มันเป็นอะไรที่ขัดกัน ก็มีคความพยายามแยก แต่ก็ติดอยู่ด้วย โครงสร้างทางกายภาพด้านอาคารและสถานที่
ผมก็ต้องเร่งรีบตามปกติ มีคนไข้ ต้องการจี้หูดอยู่ คนเดียว แต่ว่ามีหลายหูดครั บ
ผมก็เอา โพรวิดีน ป้าย แล้วก็จี้ ได้ 1 อัน ผมทำอีกอย่างคล่องแคล่ว ในหูดอีกอัน ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เดชะบุญ โพรวิดีน หมดครับ ผมก็หยิบเอา อัลกอฮอล์ ทาลงหูอีกอันอย่าวรวดเร็ว แล้วก็จี้... พึ่บครับ ไฟลุก แล้วก็ลอยขึ้นตามการระเหยของอัลกอฮอล์ คนไข้ร้องโวยวายอย่างตกใจ แต่ผมก็รู้จักการเชื่องช้า ครับ คือไม่กระโตกโหวหวาก เอาผ้าช่องตบตบ ให้ไฟมันดับลง แต่ขนของคนไข้ก็เกรียมเกรียมไป พอเอาผ้าเช็แห้งแห้ง ผมก็จี้จี้ต่อไป แล้วทำอทุกอย่างเหมือนกับยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ..
แต่ ผมขำครับ
.. อีกแหละครับถ้าเปแนอะไรมากกว่าก็คงขำไม่ออก หรือ ว่า ถ้าเกิดกับตัวเราเองก็คงขำไม่ออกเหมือนกัน
ต้องขออภัยผู้มรับบริการในคงามเร่งรีบของผมด้วยนะครั บ
08 กุมภาพันธ์ 2552
คิดถึงมาสโลว์(1)
ในร.พ.เล็กเล็กแต่มีความปรารถนามากมายนั้น จะทำอย่างไรให้เกิดความสุขท่ามกลางความรู้สึกที่ไม่พอ
ความต้องการระดับแรกของมุษย์ที่มาสโลว์บอกไว้ คือ physical need การอิ่มเอม ทางปัจจัยสี่ แต่บวกเรื่องเงินไว้ด้วย นี่คือความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ขั้นแรกในบรรดา 5 ขั้นของมาสโลว์ที่กล่าวไว้ แต่คำถามที่ว่าเมื่อไหร่ถึงจะพอ ... ตรงนี้ผมไม่ได้ศึกษามาสโลว์ไว้ละเอียดนัก แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าไม่รู้สึกพอ ไม่มีทางอิ่ม .... แต่ในหลวงมีทางออกในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง อันนี้อาจเป็นเรื่องที่น่าศึกษาและทำความเข้าใจมากกว่า เรื่องของมาสโลว์ หรือเปล่า เพื่อที่จะดับความต้องการทางด้านนี้ให้รู้สึกว่าเกิดความพอเพียงและพอดี เมื่อบรรลุความต้องการระดับที่1 ก็มีความสุขได้ เงินถึง สุขก็มา .. อาหารอิ่มก็มีสุข ครับ..แต่ก็พออิ่มเกินก็ปวดท้อง อาเจียน ผมนึกเส้นโค้งความสุขของพระไพศาล ที่ความมากของเงินถึงระดับหนึ่งก็ไม่ได้ทำให้เกิดความสุขที่มากขึ้นตามไปด้วย
เทียบเรื่องนี้กับอัตรากำลังขององค์กร ที่ไม่เพียงพอ พอมากพอ ก็มีความสุข แต่มากระดับหนึ่งก็โอทีน้อยเกินไป นั่นก็พ่วงมา นี่เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมครับ ... แต่ก็แก้ได้โดยวิธีการเพิ่มงาน ... เพราะงั้นการขับเคลื่อนด้วเยงินก็เป็นเรื่องดี แต่น่าจะมีจุดที่ตีบตันบ้าง
ผมกำลังนึกถึงเรื่องของการที่สปสช.... ดัน เรื่องงานคุณภาพด้วยเงิน financial incentive .. มันจะไปถึงจุดตันที่ไหน อย่างไร แล้วถ้าองค์กรใดองค์กรหนึ่งจะดันองค์กรด้วยเงิน ได้มากน้อยเท่าไหร่ และจะถึงจุดตันได้อย่างไรเมื่อไหร่ อะไรจะเป็นการส่งสัญญาณว่าเงินไม่พอหรือว่าเงินจุกอกแล้ว ..อือม์อยากแลกเปลี่ยนประเด็นนี้ให้กว้างขึ้นอีกครับ
ความต้องการระดับแรกของมุษย์ที่มาสโลว์บอกไว้ คือ physical need การอิ่มเอม ทางปัจจัยสี่ แต่บวกเรื่องเงินไว้ด้วย นี่คือความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ขั้นแรกในบรรดา 5 ขั้นของมาสโลว์ที่กล่าวไว้ แต่คำถามที่ว่าเมื่อไหร่ถึงจะพอ ... ตรงนี้ผมไม่ได้ศึกษามาสโลว์ไว้ละเอียดนัก แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าไม่รู้สึกพอ ไม่มีทางอิ่ม .... แต่ในหลวงมีทางออกในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง อันนี้อาจเป็นเรื่องที่น่าศึกษาและทำความเข้าใจมากกว่า เรื่องของมาสโลว์ หรือเปล่า เพื่อที่จะดับความต้องการทางด้านนี้ให้รู้สึกว่าเกิดความพอเพียงและพอดี เมื่อบรรลุความต้องการระดับที่1 ก็มีความสุขได้ เงินถึง สุขก็มา .. อาหารอิ่มก็มีสุข ครับ..แต่ก็พออิ่มเกินก็ปวดท้อง อาเจียน ผมนึกเส้นโค้งความสุขของพระไพศาล ที่ความมากของเงินถึงระดับหนึ่งก็ไม่ได้ทำให้เกิดความสุขที่มากขึ้นตามไปด้วย
เทียบเรื่องนี้กับอัตรากำลังขององค์กร ที่ไม่เพียงพอ พอมากพอ ก็มีความสุข แต่มากระดับหนึ่งก็โอทีน้อยเกินไป นั่นก็พ่วงมา นี่เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมครับ ... แต่ก็แก้ได้โดยวิธีการเพิ่มงาน ... เพราะงั้นการขับเคลื่อนด้วเยงินก็เป็นเรื่องดี แต่น่าจะมีจุดที่ตีบตันบ้าง
ผมกำลังนึกถึงเรื่องของการที่สปสช.... ดัน เรื่องงานคุณภาพด้วยเงิน financial incentive .. มันจะไปถึงจุดตันที่ไหน อย่างไร แล้วถ้าองค์กรใดองค์กรหนึ่งจะดันองค์กรด้วยเงิน ได้มากน้อยเท่าไหร่ และจะถึงจุดตันได้อย่างไรเมื่อไหร่ อะไรจะเป็นการส่งสัญญาณว่าเงินไม่พอหรือว่าเงินจุกอกแล้ว ..อือม์อยากแลกเปลี่ยนประเด็นนี้ให้กว้างขึ้นอีกครับ
03 กุมภาพันธ์ 2552
การประเมินตนเอง
การประเมินตนเอง เป็นการ ทำให้รู้ว่า เรายืนอยู่ที่ไหน อีกไกลหรือเปล่ากว่าจะถึงฝั่งฝัน
เราจะไปต่อยังไง .. นี่น่าจะเป็นความสำคัญของ การประเมินตนเอง
มิใช่เรื่องเอกสาร แต่เป็นเรื่องของกระบวนการ ...
เมื่อรู้ตัวตน ของ ตน เราก็จะรู้ว่าเราจะไปทางไหน เพื่ออะไร ไปทำไม..
ความสำคัญจึงอยู่ที่การได้มาซึ่งโอกาสพัฒนา ตัวนี้สำคัญกว่า ประเมินว่าตนเองนั้นอยู่ที่ไหน
ว่าเรามีการแลกเปลี่ยนกันเพื่อประเมินตนเอง แล้วก็จะได้ก้าวไปพร้อมกัน
...
วันนี้(6/2/2552) ที่ร.พ.ที่ผมกำลังทำงานอยู่ ก็กำลังเริ่มที่จะมีการประเมินตนเองตามมาตรฐานโรงพยาบาล ทำให้รู้ว่า หนท่างนั้นยาวไกลพอควร แต่ผมมีความคิดว่าถ้าทุกคนช่วยกันทำ ช่วยกันพัมนา ช่วยกันเป็นกำลังใจกัน การเดินทางที่ย่ำไปบนหนามแห่งกุหลาบนั้นคงไม่เจ็บปวด ... แม้กระทั่งการปีนไปบนภู.. ที่สูงชันนั้นตกมาก็ไม่เจ็บ ตลอดจนไปยืนอยู่บนภูก็ไม่หนาว..ผมคิด
เราจะไปต่อยังไง .. นี่น่าจะเป็นความสำคัญของ การประเมินตนเอง
มิใช่เรื่องเอกสาร แต่เป็นเรื่องของกระบวนการ ...
เมื่อรู้ตัวตน ของ ตน เราก็จะรู้ว่าเราจะไปทางไหน เพื่ออะไร ไปทำไม..
ความสำคัญจึงอยู่ที่การได้มาซึ่งโอกาสพัฒนา ตัวนี้สำคัญกว่า ประเมินว่าตนเองนั้นอยู่ที่ไหน
ว่าเรามีการแลกเปลี่ยนกันเพื่อประเมินตนเอง แล้วก็จะได้ก้าวไปพร้อมกัน
...
วันนี้(6/2/2552) ที่ร.พ.ที่ผมกำลังทำงานอยู่ ก็กำลังเริ่มที่จะมีการประเมินตนเองตามมาตรฐานโรงพยาบาล ทำให้รู้ว่า หนท่างนั้นยาวไกลพอควร แต่ผมมีความคิดว่าถ้าทุกคนช่วยกันทำ ช่วยกันพัมนา ช่วยกันเป็นกำลังใจกัน การเดินทางที่ย่ำไปบนหนามแห่งกุหลาบนั้นคงไม่เจ็บปวด ... แม้กระทั่งการปีนไปบนภู.. ที่สูงชันนั้นตกมาก็ไม่เจ็บ ตลอดจนไปยืนอยู่บนภูก็ไม่หนาว..ผมคิด
Labels:
การประเมินตนเอง
18 มกราคม 2552
ผ่านไปแล้ว1ไตรมาศ 1เดือน
เวลาที่เปลี่ยนไปเร็วเร็วทำให้รู้สึกว่ายิ่งต้องรีบแข่งกับเวลา ยิ่งบางทีไปไล่บี้งานคนอื่นนะครับ ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวตนของผม ผมอยากให้งานเร็ว แต่ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นโดยการไล่จี้ (อย่างที่พยายามจะทำตอนนี้)หรือว่าทำไปเพราะเพียงเพื่อได้ค่าตอบแทนเป็นเงิน
จริงครับ เรื่องเงินเป็นเรื่องที่พอให้หรือได้มา มันก็มักมีอะไรเกิดขึ้นตามมา แต่ผมคิดเสมอว่ามันไม่ใช่ทุกอย่าง ผมว่วันหนึ่งลองหาความสุขที่ไม่ด้เกิดจากเงินทองซิ โลกนี้ก็คงจะน่าอยู่จริงๆ
บางทขณะที่เรากำลังอยู่ในคลื่นเบต้าเกือบจะสุดสุดนี่ผมมีความรู้สึกความโหยหาคลื่นแอลฟาอย่งไม่เคยเป็น จนอดถามตัวเองไม่ได้ว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของเราหรือเปล่า เราชอบชีวิตเช่นนี้จริงๆเหรอ เรากำลังตกอยู่ในกับดักอะไรหรือเปล่า มันฝืนฝืนเหมือนกันนะ การทำงานคุณภาพ หรือการเป็นคนในระดับหัวหน้า แบบนี้มันใช่ตัวตนของผมหรือเปล่า ...
ผมคิดว่าอาจจะไม่ใช่ แต่ มันก็ให้ประสบการณ์แปลกแปลกกับเราเหมือนกัน อย่างที่ไม่เคยได้มาก่อน
คนเรามักมีสองจิตสองใจอย่างนี้ละหรือ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม อยากทั้งสองด้าน รักี่เสียดายน้องอะไรประมาณนี้ ..เพราะอะไร คเราถึงไม่กล้าเลือกไปทางใดทางหนึ่ง
ถ้าเกิดผมเลือกให้ชัดเพื่อนองตัวตนของผม..อะไรจะเกิดขึ้น ... ไอ้ที่ว่าใช่นะในใช่หรือเปล่า ...
เป็นอย่างนี้ตลอดเลย.อืมม์
พอมาเจอกับคำถาม คุณคือใครนี่ทำให้รู้สึกตื้อตื้อ มันเหมือนกับว่ากล้าที่จะเจออะไรของตัวเองจริงๆหรือไม่ กล้ามั๊ย
จริงครับ เรื่องเงินเป็นเรื่องที่พอให้หรือได้มา มันก็มักมีอะไรเกิดขึ้นตามมา แต่ผมคิดเสมอว่ามันไม่ใช่ทุกอย่าง ผมว่วันหนึ่งลองหาความสุขที่ไม่ด้เกิดจากเงินทองซิ โลกนี้ก็คงจะน่าอยู่จริงๆ
บางทขณะที่เรากำลังอยู่ในคลื่นเบต้าเกือบจะสุดสุดนี่ผมมีความรู้สึกความโหยหาคลื่นแอลฟาอย่งไม่เคยเป็น จนอดถามตัวเองไม่ได้ว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของเราหรือเปล่า เราชอบชีวิตเช่นนี้จริงๆเหรอ เรากำลังตกอยู่ในกับดักอะไรหรือเปล่า มันฝืนฝืนเหมือนกันนะ การทำงานคุณภาพ หรือการเป็นคนในระดับหัวหน้า แบบนี้มันใช่ตัวตนของผมหรือเปล่า ...
ผมคิดว่าอาจจะไม่ใช่ แต่ มันก็ให้ประสบการณ์แปลกแปลกกับเราเหมือนกัน อย่างที่ไม่เคยได้มาก่อน
คนเรามักมีสองจิตสองใจอย่างนี้ละหรือ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม อยากทั้งสองด้าน รักี่เสียดายน้องอะไรประมาณนี้ ..เพราะอะไร คเราถึงไม่กล้าเลือกไปทางใดทางหนึ่ง
ถ้าเกิดผมเลือกให้ชัดเพื่อนองตัวตนของผม..อะไรจะเกิดขึ้น ... ไอ้ที่ว่าใช่นะในใช่หรือเปล่า ...
เป็นอย่างนี้ตลอดเลย.อืมม์
พอมาเจอกับคำถาม คุณคือใครนี่ทำให้รู้สึกตื้อตื้อ มันเหมือนกับว่ากล้าที่จะเจออะไรของตัวเองจริงๆหรือไม่ กล้ามั๊ย
06 มกราคม 2552
วัณโรค
วันนี้เป็นอีกวันที่ไม่ได้ตรวจคนไข้ .. ออกมาช่วยตรวจตามตารางแต่พอ 10 โมง ได้มาฟังการนิเทศจาก คณะจากกรุงเทพในเรื่องของ วัณโรค รู้สึกว่า กรุงเทพทำงานยากกว่าในชนบท ถ้าจะทำให้ได้ดี นะครับ แต่ผมคิดว่าโลกมันคงสมดุล เพราะ ความชอบบ้างหรืออาจจะเป็นความลงตัวอะไรบางอย่างของชีวิตที่จะเลือกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ตกบ่ายได้ออกไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยวัณโรค อันนี้เป็นความยากของพวกเราบ้างหล่ะครับเพราะระยทางระยเวลา แล้วก็บางทีไปแล้วไม่อยู่อีกทำให้รู้วึกเสียเวลาที่ดั้นด้นมา การเยี่ยมคนไข้ มันเป็นงานที่สร้างสุขให้กับผมเหมือนกัน บางทีการพบปะพูดคุยคนไข้ก็รู้สวึกดีแล้ว และยิ่งถ้าได้จังหวะสามารถคุยได้ตรงประเด็น หรือว่าเรื่องราวที่มันโดนขึ้นมาหล่ะก็ .. ครับ ออกรสชาดและ สร้างความสุขอย่างไม่รู้ลืมจนสามารถเอามาเป็นเรื่อเล่าฝากผู้คนอีกมาก
03 มกราคม 2552
เมืองท่องเที่ยว..ปาย
ปาย อีกเมืองที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ที่ผมมีความคิดเห็นว่า ควรจะมีการกำหนดจำนวนคนเข้าออก เพราะความสวยงามความสงบนั้นไม่สามารถที่จะพบได้ในขณะที่นักท่องเที่ยวไหลมาอย่างไม่หยุดยั้ง เศรษฐกิจสะพัดจริง แต่ความชอกช้ำเกิดขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้ทำการสอบถามความรู้สึกของคนปายอย่างเป็นกิจลักษณะ เป็นความคิดของผมเพียงลำพังเท่านั้นครับ
Labels:
เมืองท่องเที่ยว
คิดเรื่องของเมืองท่องเที่ยว
ลองครั้งแรกครับ ...
เมืองท่องเที่ยวจะวัดความสำเร็จที่ไหน ระหว่างการมาเยือนชมดูความสงบ หรือดูคนจำนวนมาก ผมนั่งคิดว่า ถ้าเมืองเล็ก ไม่สามารถมีงบประมาณที่จะขยายได้ ก็ควรจะหาวิธีการที่บริหารจัดการเพื่อทำให้เมืองที่น่าเที่ยวนั้น น่าอยู่ด้วยครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)