จนรู้สึกผิดอะไรบางอย่างเมื่อตอบไป และ เมื่อการถูกถามเสร็จสิ้น
ผมนั่งคิดอยู่ 2-3 คืนเพื่อตรวจสอบตัวเอง ... ว่าที่ผ่านมามันไร้สาระหรือเปล่า
1. ตรวจคนไข้ตามปกติ
2. ผ่าตัดตามร.พ.ชุมชน
3. หาวิธีทางเลือกในการรักษาผู้ปวย
4. หาความรู้เพิ่มเติมไปเรื่อยๆ
5. ทำงานพัฒนาคุณภาพตามสถานการณ์
6. ทำงานชุมชนเมื่อมีโอกาส (ถ้าไม่มีโอกาสก็ไม่ทำ)
ผมถูกถามว่า
อะไรคือความยั่งยืน
อะไรคือผลลัพธ์
อยากได้ผลงานในช่วงสองปีนี้
ทำยังไงให้ได้งานมากๆ
ใช้หลักอะไรในการบริหารคน
คำถามหลายคำทำให้ผมได้คิด ได้พูดในสิ่งที่เคยคิดไว้ .. แม้ว่าอาจจะไม่ถูกใจกับ กรรมการ แต่ ว่า ...
ก็ดีที่ได้พูดอะไรบางอย่างออกไป .. แล้วก็ ดีใจกับตนเองครับที่ไม่มีอาการสั่น เท่าไหร่ แต่รู้สึกแค้ว่าคงไม่ถูกใจกรรมการครับ .... แล้วสูดท้ายก็โล่งอกไป ... มานั่งคิดว่าการจะเป็นคดีทำไมยากจัง ...
กระบวนการการหาสิ่งดียากยิ่งนัก ... ทำไมมันไม่ง่ายแล้วคนจะอยากเป็นคนดีมากขึ้นหรือเปล่า ...
ผมทำแบบนี้มา 16 ปีแล้ว (2537-2555) ณ.ตอนนี้ ผมย้ายมาทำงานที่ร.พ.หางดง .... สถานที่ที่ ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากชีวิตช่วง 16 ปีที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง .... และจากนี้ไปอีก 20 ปีผมก็คงอยู่ที่นี่ต่อไป หากไม่มีอุบัติเหตุทางชีวิตและสังคมจนรุนแรงที่จะทำให้ผมต้องเปลี่ยนที่ทำงาน....
ผมออกมาจากสสจ. แล้วมุ่งหน้าสู่หางดง ฝนตกใส่เนื้อตัวของผมช่วงใกล้ๆ จะถึงหางดงราวกับจะเหมือนคำปลอบใจอะไรบางอย่าง ... ช่างมันเหอะครับ
แสวงหาความสมดุลแห่งชีวิตต่อไป ครับ
มีหนังสือเล่มนึง(จำที่มาไม่ได้)บอกว่าชีวิตสมดุลมีอยู่ 7 ด้าน
- การเงิน
- การงานอาชีพ
- ครอบครัว
- สังคม ประเทศชาติ ชุมชน เพื่อนฝูง
- จิตวิญญาณ
- การศึกษา
- การดูแลสุขภาพ
ผมอาจจะเอาหลักยึดนี้ไปดำเนินชีวิตต่อไป .... สมดุลแห่งชีวิต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น