27 มิถุนายน 2568

ศาสตรและทักษะที่ขาดหายในวงการแพทย์

วันที่ 178 ปี 2025...การวิ่งตรวจระหว่างOpd สลับกับห้องผ่าตัด ...กึ่งเป็นกลยุทธเพิ่มก้าวให้กัยชีวิต  จนถึงสี่โมง ก้อเริ่มที่ ER  หมอเฒ่า เปิดศักราชด้วยการส่งตัว คนไข้โรคหัวใจ ผมเองเป็นกังวลกัยการส่งเวรต่อ เพราะเป็นคนพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง บางครั้งโดยถามว่า นี่ผมพูดกับหมอรึเปล่า ยางรั้งก้อโดนถามว่า เป็นหมอประจำรึเปล่า บางทีก้อโดนด่าว่าดูไม่ค่อยมั่นใจ นับวันก้ออาการหนักขึ้นๆ โชคดีที่มีแค่รายเดียว  ก้อคอยคิดว่า ถ้าโดนด่าจะทำยังงัย อาจจะบอกว่า โทดทีครับ เสียงไม่ค่อยชัดเรย .. หรือ จะ ยังงัยดี ..แต่ก้อโชคดี ที่โดนเพียงแค่ถอนหายใจใส่ 1 ครั้ง แต่ก้อไม่รู้ว่าทำอะไรผิด55
ขณะที่จะส่งตัวคนไข้โรคหัวใจในเขตใกล้เมือง ก้อเป็นอีกอารมณ์นึงครับ เรัยกว่าปลายทาง เปิดห้องสวนหัวใจรอ แล้วเราต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเอาโรคนี้ก่อนเพื่อน เพราะนับเป็น เวลาเงินเวลาทอง ก้อจะเกิดปรากฏการณ์ ในลักษณะที่ว่าชีวิตที่แขวนอยู่ บนเส้นด้าย ของชีวิต แต่ผู้คน บางคนก้อมิได้สนใจ จะเอาของเราก่อน ....แสดงถึง การแก่งแย่ง และการหาได้สนใจความรู้สึกผู้อื่นไม่ ก้อจะรักษาสิทธิของตนเป็นหลัก การรอคอยเป็นเรื่องยาก แบะเราก้้อเพียง ขอเพียงแค่รอ .เท่านั้น..
..มีคนไข้รายนึงแสดงอาการหงุดหงิดเพราะจะมาตัดไหม แต่พอดีเวลามาช่วงนี้พอดี
แสดงความไม่พอใจอย่างแรงที่บริการล่าช้าในเวลาเช่นนั้น....สำคัญหนักคือว่า ไปผ่าที่อื่น แต่มาตัดไหมที่เรา ทั้งที่เราก้อผ่าได้ง่ายๆ เห็นเราทำได้เพียงตัดไหม เท่านั้น..
ผมพลอยคิดไปว่า ปัจจัยที่หมอลาออกส่วนหนึ่งมาจากความกดดันของความต้องการบริการกับการให้บริการ เพราะหลักสูตร เรา ไม่ได้รับการเรียนเรื่องการบริการ เราไม่ได้นำเอาศาสตร์แห่งบริการทานับเป็นหลักสูตร ...
กับอีกเรื่องคือ การที่สตาฟ สวก (ดุ) เพราะระบบถูกสอนให้เกิดการเรียนรู้แบบเจ็บปวด ไม่เจ็บไม่จำ พร้อมกับไม่ได้เรับนเรื่องการจัดการอารมณ์ กับเรื่องการสื่อสาร และ เรื่อง ของดารสอนหรือการเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้...
ผมสรุปน ณ.ตอนนี้ ว่าการที่หมอลาออกเกืดจากระบบหลักสูตรทางการแพทย์ ที่ปล่อยให้คนเติบโตและเก่งด้วยตัวเอง ตาม ยถากรรม นั่นเอง...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น