ขณะที่จะส่งตัวคนไข้โรคหัวใจในเขตใกล้เมือง ก้อเป็นอีกอารมณ์นึงครับ เรัยกว่าปลายทาง เปิดห้องสวนหัวใจรอ แล้วเราต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเอาโรคนี้ก่อนเพื่อน เพราะนับเป็น เวลาเงินเวลาทอง ก้อจะเกิดปรากฏการณ์ ในลักษณะที่ว่าชีวิตที่แขวนอยู่ บนเส้นด้าย ของชีวิต แต่ผู้คน บางคนก้อมิได้สนใจ จะเอาของเราก่อน ....แสดงถึง การแก่งแย่ง และการหาได้สนใจความรู้สึกผู้อื่นไม่ ก้อจะรักษาสิทธิของตนเป็นหลัก การรอคอยเป็นเรื่องยาก แบะเราก้้อเพียง ขอเพียงแค่รอ .เท่านั้น..
..มีคนไข้รายนึงแสดงอาการหงุดหงิดเพราะจะมาตัดไหม แต่พอดีเวลามาช่วงนี้พอดี
แสดงความไม่พอใจอย่างแรงที่บริการล่าช้าในเวลาเช่นนั้น....สำคัญหนักคือว่า ไปผ่าที่อื่น แต่มาตัดไหมที่เรา ทั้งที่เราก้อผ่าได้ง่ายๆ เห็นเราทำได้เพียงตัดไหม เท่านั้น..
ผมพลอยคิดไปว่า ปัจจัยที่หมอลาออกส่วนหนึ่งมาจากความกดดันของความต้องการบริการกับการให้บริการ เพราะหลักสูตร เรา ไม่ได้รับการเรียนเรื่องการบริการ เราไม่ได้นำเอาศาสตร์แห่งบริการทานับเป็นหลักสูตร ...
กับอีกเรื่องคือ การที่สตาฟ สวก (ดุ) เพราะระบบถูกสอนให้เกิดการเรียนรู้แบบเจ็บปวด ไม่เจ็บไม่จำ พร้อมกับไม่ได้เรับนเรื่องการจัดการอารมณ์ กับเรื่องการสื่อสาร และ เรื่อง ของดารสอนหรือการเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้...
ผมสรุปน ณ.ตอนนี้ ว่าการที่หมอลาออกเกืดจากระบบหลักสูตรทางการแพทย์ ที่ปล่อยให้คนเติบโตและเก่งด้วยตัวเอง ตาม ยถากรรม นั่นเอง...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น