22 เมษายน 2567

ธุลีดิน

ซอกหินต้นไม้ก้อขึ้น
เท้าเน่าก้ออย่่าเพิ่งรีบตัดขา ...

ชีวิตต้องสู้ ปลอบใจตัวเอง ทุวันที่ออกไปทำงาน นักรบกลัวอะไรกะบาดแผล กลับมาบ้านจะได้มีอะไรเลีย55

วันที่ 114 ปี2024..
มีโอกาสได้มาทำงานปฐมภูมิ ปฐมภูมิสมัยนี้ไม่เหมือนช่วงตอนผมแม่ฮ่องสอน ช่วงนั้นเป็นช่วงกระจายอำนาจใหม่ๆเพิ่งจะเริ่มมี อบต. เราไปร่วมกันทำแผนแบบมีส่วนร่วม มีการเปิดเวทีอย่างสนุกสนานตอนนั้นไม่ได้ทำงานตามสั่งแต่เรื้องานเป็นปฐมภูมิ..
พอจากนั้นชุมชนเริ่มเข้มแข็งความรู้ความสามารถ ประกอบกับระบบระเบียบไปมาก ตอนนี้พอกลับมาทำงานปฐมภูมิ ก่อรู้สึกว่าแนวทางดำเนินไม่เหมือนเดิมนัก อย่างการเปิดเวที เสวนาแลกเปลี่ยนกันนี่ยากกว่าเดิม แม้ว่าอยู่ในเมือง เพราะคนต้องทำงาน ชุมชนที่เคยมีแต่บ้านเรา ก้อไม่ใช่อล้วเป็นคนที่ไหนไม่รู้มาอยู่ สาสุขเราใช้ข้อมูลมากขึ้นนำมาซึ่ง อสม. จะต้องกรอกข้อมูลผ่านแอพ ...คนไข้ที่ไหลมาที่รพ.สต.เพิ่มขึ้นมาก ทำให้จำเป็นต้องกลับไปเน้นการรักษาที่รพ.สต. เกือบเป็น extend opd ..ซึ่งเราไม่ต้องการ...เพียงแค่นั้น..ตอนนี้แนวทางเหลืออยู่ 4 จุด 1.สร่าง HL 
2.สนับสนุนความสามารถในการจัดการปัญหาสุขภาวะของพท. (อาจร่วมเป็นพหุภาคี)
3. สามหมอสู่ห้าหมอ 
4.คุณภาพในสถาณบริการและรพ.สต.ติดใจ

วันนี้ช่วงเช้า ก้้อตรวจคนไข้ไปพร้อมกับร่วมกิจกรรม NCD X.. พอช่วงบ่ายไปเยี่ยมบ้านได้สามหลังตามเวลา อากาศร้อนแทบไหม้ ...ไปพบผป.รายนึงน่าจะเป็น ตัวอย่างของคนสู้ชีวิตจริงๆ เริ่มด้ววยโรคมะเร็งที่ไต ผ่าตัดเสรจเรียบร้อย คลอดลูก หลังคลอดลูก กลายเป็นไตวาย ระยะ5 ได้ฟอกไต อาทิตยละสามครั้ง ต้องลาออกจากงานมาขายประกัน ต่อมาป่วยเป็นเส้นเลือดตีบในสมอง แขนขาขยับไม่ได้พูดไม่ชัด ..ด้วยความที่มีลูกที่กำลังพูด   ทำให้ ฟื้นตัวมนการพ(ุุูด(ุุกลับมาเดินได้   หลังจากนั้นป่วยด้วยมะเร็งเต้านม ได้ป่าตัดพร้อมรับยาเคโม และตรวจพบโรคหัวใจรั่วจนทำให้หัวใจล้มเหลว ทุกวันนี้ฟอกไตอยู่ พร้อมรักษาโรคหัวใจ ผมถาม ว่าคิดว่าจะ้้จออะไรอีก จะสู้ได้ไหม แกบอกว่าคิดว่าจะเจอกับ ภาวะทรกซ้อนจากยา แล้วที่สู้มาได้อย่างงี้ ก้อเพราะลูก ที่ตอนนี้อายุ 5 ขวบ ขอคารวะ หัวใจอันยิ่งใหญ่ 
เราแค่ธุลีดินไปเรย..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น